5 เคล็ดลับลดน้ำหนักให้ได้ผล สำหรับคนเคยกินยาลดน้ำหนักมาก่อน ช้าแต่ชัวร์!

หลายคนคงเคยทายาลดน้ำหนักมาก่อนใช่มั้ยค่ะ แต่เชื่อว่าพอหยุดยาลดน้ำหนัก น้ำหนักเราก็จะเด้งขึ้นโยโย่และก็กลับมาอ้วนขึ้นอีกครั้ง และก็ต้องมาเริ่มลดกันใหม่วนเวียนอยู่อย่างนี้ ซึ้งวันนี้ซึงนังมีประสบการณ์ส่วนตัวของสาวหุ่นดี คุณบาส ปิยารมณ์ ภาศักดี จากเพจ Don’t call me bbabe ที่เคยลองทานยาลดน้ำหนักมาแชร์ให้ฟัง และช่วงนั้นทรมานมากๆ!! ว่าแล้วไปดูกันเลยค่าา

1 . ปิ้งย่างคือของโปรด

ก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองอ้วน คิดแค่ว่าตัวเองเป็นคนอวบๆ โครงใหญ่ แต่จะมีโรคประจำตัวคือ โรคภูมิแพ้อากาศ ที่ค่อนข้างหนักมาก เราเป็นสาวออฟฟิศคนหนึ่ง ที่เช้าเข้างาน นั่งทำงานแล้วก็กินไปด้วย พอเลิกงานตอนเย็น ก็หาร้านบุฟเฟ่ต์กินตลอด เราชอบกินพวกปิ้งย่างมากๆ แล้วก็ปาร์ตี้เกือบทุกอาทิตย์ ปกติจะเล่นโยคะบ้าง ชิวๆ แต่ไม่ชอบออกกำลังกายเลย

2. ยาลดน้ำหนัก ทำชีวิตทรมาน

จริงๆ มันคือยาดักจับไขมัน แต่จุดประสงค์ของมันก็เพื่อลดน้ำหนักแหละ บอกก่อนเลยว่า เราไม่ได้เป็นคนซื้อมากินโดยตรง แต่พี่ที่ออฟฟิศเอามาให้ลอง โชคดีที่เราลองกินไปแค่ 1-2 เดือน พอหมดแล้วเราก็ไม่ได้หามากินอีก ช่วงที่กินคือทรมานมาก เหมือนระบบเผาผลาญมันเริ่มพัง ถามว่าตอนถ่ายมันออกมาเป็นไขมันเลยไหม มันก็ออกค่ะ แต่ก็ไม่ใช่ 100% ซึ่งไขมันที่ออกมา ก็ไม่ได้รวมถึงไขมันที่เคยสะสมอยู่ในร่างกายของเราก่อนหน้านี้ด้วยนะคะ อย่างเวลาจามหรือมีลมออกจากก้น ตัวไขมันมันก็จะติดออกมาด้วย ทำให้เราต้องใส่ผ้าอนามัยตลอดเวลา กลั้นปัสสาวะก็ไม่ค่อยได้ ตอนหยุดกินคือรู้สึกเลยว่าตัวบวมหนักมาก กางเกงก็ต้องเปลี่ยนมาใส่ไซซ์ XL

3.หลักง่ายๆ ของการดูแลหุ่นคือ ต้องไม่บังคับตัวเอง

อย่างที่บอกว่า เราไม่ได้คิดว่าตัวเองอ้วน แค่อวบๆ ต่อให้ตั้งใจลด ก็คงทำไม่ได้หรอก เพราะเป็นผู้หญิงโครงใหญ่ แต่พอแฟนมาขอให้เราเข้ายิม ออกกำลังกาย ลดหุ่นเพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้กับเขา เราก็อะ ลองดูก็ได้ หลังจากที่เข้ายิม 6-7 เดือน มันก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ร่างกายเฟิร์มขึ้นกว่าเดิม จากนั้นเราก็กลายเป็นเสพติดการออกกำลังกายไปเลย หลักของเราคือ จะไม่บังคับตัวเอง เพราะเรารู้ตัวเลยว่าเราจะทำได้ไม่นาน เราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่าชอบทำอะไร ทำแบบไหนถึงจะไม่ฝืน เราไม่มีความคิดที่ว่า ต้องออกกำลังกายเยอะๆ เพื่อให้หุ่นมันลดเร็วๆ การเข้ายิมของเรามันคือการฆ่าเวลาจากช่วงหลังเลิกงานที่รถติดมากๆ สุดท้ายมันเลยเป็นเหมือนงานอดิเรกที่เราต้องทำทุกวันไปเลย

ส่วนวิธีคุมอาหารนั้น เราจะเลือกทานแต่ของดีๆ งดของทอด ของหวาน น้ำหวาน เบาแป้ง แป้งที่เลือกรับจะเป็นพวกข้าวกล้อง ไรซ์เบอร์รี่ โฮลวีท มื้อเย็นก็จะพยายามทานก่อน 6 โมง ขนมก็ทานบ้าง แต่เลือกขนมที่เบาหน่อย ส่วนการออกกำลังกาย ต้องบอกก่อนเลยว่าเราไม่มีเทรนเนอร์ ดูคลิปในยูทูป ลองผิดลองถูกเอง เราจะเลือกออกกำลังกายแบบง่ายๆ แทน โดยใช้ความสม่ำเสมอต่อเนื่อง เริ่มต้นด้วยการเดินเร็ว 30 นาที บน Treadmill สลับกับ Elliptical และ เวทช่วงขาตาม Legs press ต่างๆ เราอยากบอกสาวๆ ว่า ถึงไม่มีเทรนเนอร์ ก็สามารถมีหุ่นที่ดีได้ ขอแค่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 30 นาทีขึ้นไป/วัน เดี๋ยวเราก็จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นของร่างกายเองค่ะ

4.วิธีรักษากล้ามหน้าท้อง

จริงๆ เราอยากมีกล้ามเป็นไรๆ ไม่ได้ถึงขนาดว่าอยากมีซิกแพ็ค การดูแลคือคุมอาหารเป็นหลัก เลี่ยงพวกของมัน ของทอด แป้ง น้ำตาล หมั่นคาร์ดิโอ และเวทหน้าท้องตลอด เพื่อรักษาให้กล้ามมันยังคงอยู่ เราเองไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอะไรขนาดนั้น เน้นไม่บังคับตัวเอง ทำในสิ่งที่ชอบ และทำเป็นประจำ เข้ายิม 5-6 วัน/อาทิตย์ ครั้งละไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้วอะค่ะ

5.ตัวเลขบนตาชั่งไม่ใช่ทุกอย่าง

สิ่งหนึ่งที่อยากบอกเลยก็คือ สิ่งที่เราทาน มันสะสมอยู่ในร่างกายเรานานเป็นเวลาหลายปี การออกกำลังกายในระยะเวลาสั้นๆ ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะผอม น้ำหนักลงมาอย่างเห็นได้ชัด แต่ละคนมีระบบเผาผลาญที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นต้องค่อยเป็นค่อยไป ตั้งเป้าแบบที่มีความเป็นไปได้ ถ้าตั้งเป้าไว้สูงเกิน มันจะกลายเป็นการกดดันตัวเอง ส่วนตัวเราใช้วิธีการทำ Before & After เปรียบเทียบทุกเดือน มันเห็นความเปลี่ยนแปลง ก็ยิ่งทำให้เรามีกำลังใจทำต่อไป จริงๆ ตัวเลขบนตาชั่งไม่ได้บอกไขมันทั้งหมดที่เรามี แต่มันคือมวลรวมของร่างกาย ดังนั้นอย่าไปซีเรียส ทำในสิ่งที่ชอบและหมั่นทำเป็นประจำ มีวินัย ให้เวลากับร่างกาย เดี๋ยวทุกอย่างมันจะดีขึ้นเองค่ะ

ขอบคุณที่มา Don’t call me bbabe mthai

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้