ลดผิดวิธีจนโยโย่ เริ่มใหม่กู้หุ่นพังสร้างกล้ามเนื้อ จนลดน้ำหนักไป 25 กก.

หลายครั้งที่เราจะเลือกเดินทางผิดในการลดน้ำหนัก เพียงเพราะผลลัพธ์นั้นรวดเร็วดั่งใจต้องการ แต่ผลที่ตามมาคือ โยโย่ อ้วนกว่าเดิม!

ชีริน สาวลูกครึ่งอิหร่าน เคยอดอาหารด้วยการกินเจลลี่แทนข้าว 3 มื้อ และตบท้ายด้วยการฝึกซ้อมยูโดอีก 2 ชั่วโมง จนลดน้ำหนักไปได้ 26 กก. ภายในเวลาแค่เพียงสองเดือน ซึ่งแน่นอนว่าการลดแบบนี้ ส่งผลกระทบในภายหลังอย่างไม่ต้องเดา เธอผอมได้ประมาณครึ่งปี ก็เริ่มกลับมากินจุกจิก กินเรื่อยๆ ไม่หยุด จนน้ำหนักเด้งมาที่ 63 กก.

จุดเริ่มต้นการลดน้ำหนัก

วันหนึ่งขณะที่นั่งรอน้องชายหน้าตาดีไปแคสงานอยู่นั้น ก็มีคนนินทาถึงรูปร่างหน้าตาว่า “ใช่พี่สาวจริงๆหรอ เหมือนคนใช้มากกว่านะ” ได้ยินแบบนั้นแล้วรู้สึกอยากเอาชนะ กลับบ้านไปก็ส่องกระจกว่าต้องจัดการกับส่วนไหนบ้าง? ลิสต์มาแล้วได้ 3 อย่างคือ ลดน้ำหนัก จัดฟัน และดูแลผิวพรรณ

หลังจากที่เคยพลาดลดแบบผิดวิธีมาแล้ว ครั้งนี้ขอลดแบบไม่รีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป และยังโฟกัสที่การคุมอาหาร กินดีมีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โชคดีที่มีพื้นฐานของนักกีฬามาอยู่แล้ว เลยนำมาต่อยอดได้อีก

เคล็ดลับควรทำถ้าอยากมีหุ่นดี

ต้องมีความมุ่งมั่น ที่จะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง หาเหตุผลให้ตัวเองว่าทำไปเพื่อใคร สรุปเพื่อตัวเองล้วนๆ ทั้งหมดเป็นผลดีกับตัวคุณเอง

ใจต้องแข็ง เพื่อนจะชวนกินหรืออะไรต้องห้ามใจตัวเองให้อยู่

หากีฬาที่คุณชอบให้เจอ เพราะคุณจะต้องอยู่กับมันทุกเย็น

หมั่นค้นหาวิธีการดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องกิน ออกกำลังกาย การแต่งหน้า แต่งตัว การรักษาผิวพรรณ อันไหนเหมาะกับตัวเรา แล้วนำมาประยุกต์ใช้

ต้องมีความมั่นใจในตัวเอง เราทำได้ๆๆๆๆๆๆ ท่องไว้

อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ถ้ามีทุกอย่างนี้ครบแล้วก็เริ่ม!!

ลดน้ำหนักแบบแอตกินส์

หลังจากที่ลองผิดลองถูกมาหลายวิธี ชีรินพบว่าการลดน้ำหนักแบบนี้ได้ผลค่อนข้างโอเค ลองขอหยิบมาแนะนำสำหรับคนที่สนใจ โดยสูตรนี้เอามาจากหนังสือ ลดน้ำหนัก 12 กิโลกรัม ภายใน 2 เดือนแบบง่ายๆ สไตล์ อัลเบิร์ท UHT

แอตกินส์คืออะไร?

แอตกินส์เป็นสูตรลดน้ำหนักที่มาจากชื่อของ Robert Atkins แพทย์ชาวอเมริกัน ผู้คิดค้นแนวทางใหม่ในการลดน้ำหนัก ด้วยการงดอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เพื่อให้ร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตและดึงไขมันที่สะสมอยู่ออกมาเผาผลาญเป็นพลังงานแทน

ด้วยจุดเด่นที่อนุญาตให้ผู้ลดน้ำหนักสามารถกินได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องลดหรืออดอาหารเพียงแค่ให้งดกินแป้งและน้ำตาล แล้วหันไปกินอาหารที่เป็นโปรตีนและไขมันแทน ก็ทำให้การลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้ กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เหล่าดาราฮอลลีวู้ดและคนดังมากมายพากันหันมาพึ่งสูตรนี้ในการลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักตามหลักการของแอตกินส์นั้นแบ่งออกเป็น 4 ช่วง แต่ละช่วงมีหลักในการกินอาหารและปฎิบัติตัวแตกต่างกันไป แต่โดยรวมก็คือให้ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตลงเหลือเพียงไม่เกินวันละ 20 กรัม และหันมาบริโภคอาหารประเภทโปรตีนและไขมันแทนได้เต็มที่ เมื่อทำต่อเนื่องครบ 14 วันแล้วจึงค่อยๆ เริ่มกินโยเกิร์ต ถั่ว และผักผลไม้บางประเภทบ้าง เพื่อไม่ให้ระบบขับถ่ายเสียสมดุลจนเกินไป หลังจากนั้นเมื่อน้ำหนักเริ่มคงที่แล้วจึงเข้าสู่ช่วงของการควบคุมน้ำหนักต่อเนื่อง ด้วยการเลือกบริโภคแต่คาร์โบไฮเดรตชั้นดี เช่น ข้าวไม่ขัดสี ขนมปังโฮลวีต และหันมาบริโภคผักและผลไม้แทนขนมหวาน

อาหารที่ห้ามเด็ดขาด

1. อาหารทุกชนิดที่ประกอบด้วยแป้งและน้ำตาล รวมถึงสารให้ความหวานทุกชนิด

2. ผลไม้ทุกชนิด เพราะผลไม้แทบทุกชนิดมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ และผลไม้บางชนิดยังมีแป้งเป็นส่วนประกอบด้วย

3. ข้าว ขนมปัง บะหมี่ และก๋วยเตี๋ยวทุกชนิด

4. ผักที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ เช่น แครอต ข้างโพด มะเขือเทศ มันเทศ มันฝรั่ง มันสำปะหลัง ฯลฯ

5. น้ำหวานและน้ำผลไม้ทุกชนิด

6. ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

อาหารที่กินได้

1. เนื้อสัตว์ทุกชนิด โดยเฉพาะปลา ซึ่งเป้นเนื้อสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรต

2. ไข่ทุกชนิด

3. เนย น้ำมัน

4. นม ชีส และครีมที่ไม่มีรสหวานและไม่ผสมแป้ง

5. ผักที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ เช่น ผักกาดแก้ว แตงกวา เห็ด บล็อกโคลี ขึ้นฉ่าย ผักชี กะเพรา คะน้า ฯลฯ แต่กินได้ไม่เกินวันละ 1 ถ้วยตัว

โชคดีที่เป็นคนชอบออกกำลังกาย

ออกกำลังกายวันละ 45-60 นาทีต่อวัน (พักวันอาทิตย์) แล้วแต่กีฬาที่เล่น ถ้าเราต้องการจะลดน้ำหนักเราควรเล่นให้เกิน 45 นาที เพราะร่างกายจะมีกระบวนการนำพลังงานไปใช้โดย 15นาทีแรกร่างกายจะดึงน้ำตาลมาใช้เป็นพลังงาน 15-30นาทีจะดึงแป้งมาใช้ มากกว่า30นาทีร่างกายจะดึงพลังงานสำรองมาใช้ ซึ่งก็คือไขมันนั่นเอง

เลือกการออกกีฬาอยู่4ชนิด

วิ่ง เราจะวิ่งตอนช่วงเย็น วิ่งประมาณ 8 กม. เราจะวิ่งไม่หยุดและวิ่งแบบกลางๆ ไม่ช้ามาก และไม่ถึงกับเร็วไปถ้าเทียบกับอัตราความเร็วของลู่วิ่งในฟิสเนสประมาณ 8.5-9 ถามว่าทำไมถึงไม่วิ่งช้าๆเรื่อยๆ เพราะถ้าวิ่งแบบเรื่อยๆจะทำให้ขาใหญ่! น่องปูดๆ จะออกมาสวัสดีต้นขาของคุณ แต่ถ้าเปลี่ยนมาวิ่งให้เร็วขึ้น ขาคุณจะเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด ลองวิ่งดูเดือนเดืยว อาทิตย์ละ 4 วัน เห็นผลแน่นอน และหลังจากวิ่งเสร็จก็จะเดินซัก 1 กม.

เพื่อให้ร่างกายค่อยๆปรับสภาพ ฟิสเนส เข้าคลาส YOGA, วิ่ง, เล่นเวทนิดหน่อยเอาความกระชับ มวยไทย เล่นไปตามโปรแกรมของค่ายมวย ใช้เวลาในการซ้อมประมาณ 1 ชม.ส่วนตัวแนะนำมวยไทยนะคะ เป็นกีฬาที่ออกแรงทุกส่วนกระชับสัดส่วนได้เร็วมาก แต่ต้องเป็นค่ายที่ให้เราซ้อมคู่กับครูมวยเลยนะคะ ไม่ใช่ครูมวยชกให้ดูอยู่บนเวทีแล้วเราทำตามข้างล่าง ที่เราไปเล่นครูจะเป็นคู่ซ้อมตัวต่อตัวเลย ซ้อมยกนึงก็ลงไปซิทอัพครบแล้วก็ขึ้นมาชกต่อ

T25 วันไหนที่ไม่ได้ออกห้อง รถติด เราก็จะเต้นอยู่ที่ห้อง หลังจากนี้เราก็วิดพิ้น 100 ครั้ง และซิทอัพ 300 ครั้ง

คนติดตามเยอะ ไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง หลังจากที่หุ่นดี ชีวิตก็เปลี่ยน ได้มีโอกาสมาออกรายการคนแปลงร่าง มีคนติดตามเยอะขึ้น เลยไม่อยากทำให้คนผิดหวัง เราเลยพัฒนาตัวเองมาเรื่อยๆ ที่ลดมาทั้งหมดก็ไม่มีเทรนเนอร์ส่วนตัว เพราะเป็นนักกีฬาอยู่แล้ว

ทำงานประจำก็มีหุ่นดีได้

ทุกวันนี้ชีรินทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศ มีเวลาเหมือนกับคนอื่นๆ แต่มีมิชชั่นเรื่องการออกกำลังกายเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว ในทุกๆวันหลังเลิกงาน คนอื่นอาจจะมีนัดไปหาอะไรกินตอนเย็น แต่เราจะต้องแบ่งเวลาออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมง

สำหรับเคล็ดลับที่สาวออฟฟิศควรรู้ก็คือ อย่านั่งนานเกิน1ชั่วโมง วางแผนให้ดีว่าจะลุกไปไหนทำอะไร ให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวบ้าง กินน้ำเปล่าเยอะๆ และอย่านั่งหลังค่อมเดี๋ยวจะลงพุง เลือกขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์

เรื่องกินสำคัญมาก ถ้ารู้ตัวว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย เลิกงานดึกหรือมีธุระต้องไปจัดการต่อ ต้องคุมอาหารแทน เลือกกินโปรตีนให้มากขึ้น เพราะจะย่อยวันต่อวัน ส่วนแป้งกับน้ำตาลจะสะสมในร่างกายจนทำให้อ้วน นอกจากนี้เครื่องดื่มอย่างกาแฟก็เลือกเป็นกาแฟดำ หรือกาแฟใส่นมจืด ไม่ใส่น้ำตาล,นมข้นหวาน และขอเตือนว่าเครื่องดื่มปั่นทุกชนิด เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเลยนะคะ เพราะจะหวานกว่าปกติ2เท่า

ชีรินอยากเป็นคุณแม่ที่แซ่บ อุ้มลูกข้างเอวแต่ยังมีซิกแพค

ชีรินคิดว่าคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก คงเป็นเพราะมีความอยากไม่มากพอ บางคนคิดว่าทำไมต้องมาเหนื่อยขนาดนี้ มีข้ออ้างตลอดเวลา เวลาที่เจอใครมาล้อ มาดูถูก บางคนฟังแล้วก็ไม่คิดปรับปรุง แต่บางคนฟังแล้วยอมรับความจริง และพัฒนาตัวเอง เอาแรงกดดันมาทำให้เราสู้ อยากเป็นคนแบบไหนอยู่ที่เราจะเลือก

ขอบคุณที่มา : shereeen MThai

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้