เคยกินพิซซ่าคนเดียว2ถาด ตั้งเป้า 2 ปี แต่ลดไปลดมา 4 เดือน น้ำหนักหาย 19 กก.

อุ๊อิ๊-อภิรัตน์ตรี ขันธ์ดี สาววัย 29 ที่เคยปล่อยตัวเองจนน้ำหนักขึ้นพรวด ไปไหนก็มีแต่คนทัก ทำไมอ้วนขึ้น สุขภาพก็ย่ำแย่ หงุดหงิดง่ายทะเลาะกับแฟนเป็นประจำ สุดท้ายตัดใจ ดีเดย์วันปีใหม่ 2018 ลุกขึ้นมาวิ่ง ผ่านไปจนตอนนี้ปีใหม่อีกครั้ง 2019 ก็ได้หุ่นใหม่ และไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ มาเชยชม อยากรู้ว่ามีเคล็ดลับยังไงบ้าง มาอ่านบทสัมภาษณ์ของเธอกันค่ะ

สาวกชาไข่มุกและชาเขียว

ปกติเป็นคนชอบกินมากค่ะ ชอบตระเวนทานชาเขียวนม ชาไข่มุกมากค่ะ ไม่ค่อยชอบกิจกรรมที่ต้องใช้แรงเท่าใหร่ ใช้ชีวิตตอนกลางคืน กินตอนกลางคืน กินจุบกินจิบ แทบจะเรียกว่าเป็นคนที่ปากว่างไม่ได้เลยค่ะ นอนตอนกลางวัน และนอนไม่เป็นเวลา บางทีไม่ออกจากบ้านเลย สั่งพิซซ่ามาทานตอนดึกๆ ติดต่อกันเป็นอาทิตย์ๆ กินคนเดียวทีละ 2 ถาดเลยค่ะ

ช่วงที่อ้วนสุด 68 กก.

เริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพหนักขึ้น จากเดิมที่เป็นคนไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว พออ้วนก็ป่วยง่าย หายช้า ภูมิคุ้มกันค่อนข้างต่ำ เวลาเดินเฉียดคนเป็นไข้ แค่ 5 นาที ปวดหัวติดไข้เลยค่ะ เป็นทีเกือบเดือนกว่าจะหาย ครั้งก่อนหน้าไปวิ่งสวนสาธารณะหวังลดน้ำหนัก ติดหัดมาซะงั้นค่ะ (หัวเราะ ) เวลาไปเดินตลาดกับคุณแม่ถึงขี้นแม่ต้องหาเก้าอี้ให้นั่งรอ แล้วไปเดินตลาดคนเดียวแทน เหนื่อยง่ายมากๆ ค่ะ อ้วนจนถึงระดับที่นอนกรนค่ะ ใครที่อ้วนจนนอนกรน มาลดน้ำหนักกันได้แล้วนะคะ เพราะตอนนอนมันหายใจลำบาก

อ้วนจนโดนแม่สั่งห้ามกลับบ้านทีเดียวค่ะ บอกอายชาวบ้านเขา (หัวเราะ) จริงๆคือแม่คงกลัวลูกโดนชาวบ้านทักแหละค่ะ ทำไมอ้วนจัง ดูแย่จัง กลัวลูกนอยด์ เพราะก็เคยเจอ ถูกพูดแบบนี้บ่อยเหมือนกันค่ะ

อารมณ์หงุดหงิดง่าย เพราะน้ำตาลตก
กลายเป็นคนขี้หงุดหงิดค่ะ ทำให้ทะเลากับแฟนบ่อย เพราะเรารู้สึกได้ว่าลึกๆ เขาไม่ค่อยพอใจ หรือภูมิใจในตัวเราตอนนี้เลย เพราะไม่ใช่แค่อ้วน แต่ปล่อยตัวเองสุดๆค่ะ เราก็เลยแอบน้อยใจ โมโห หงุดหงิด มันเลยกลายเป็นปฎิกิริยาชวนทะเลาะกันไปค่ะ

น้ำตาลตกง่าย อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นคนหงุดหงิดง่ายค่ะ ตอนนั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจ ทั้งที่กินเยอะ กินตลอดเวลา ทำไมน้ำตาลยังตก ตี 2-3 มาคือต้องเข้า 7-11 เพื่อรีบหาของหวานๆทานค่ะ ไม่งั้นจะหงุดหงิด เหวี่ยง วีน มือสั่น ใจสั่น นิสัยเปลี่ยนค่ะ

โดนทักว่าอ้วนจนหมดความมั่นใจ

พออ้วนมากๆเข้า มันจะค่อยๆขาดความมั่นใจ จนบางทีกลายเป็นคนเงียบๆไปค่ะ งานรวมญาติ รวมเพื่อน งานแต่งงานของเพื่อนๆ สิ่งที่กลัวและไม่มั่นใจที่สุด คือการไปงานพวกนี้แหละค่ะ ไม่อยากเจอเพื่อนเจอญาติเลย กลัวเขาทักว่าทำไมอ้วนจัง ภาพถ่ายที่ถ่ายออกมาก็ได้แต่เก็บใว้ดูคนเดียวค่ะ

การแต่งตัว เสื้อผ้า เดินเข้าร้านจับตัวใหนแม่ค้าก้บอกว่า หนูใส่ไม่ได้หรอกค่ะ เดินคอตกแบบอายๆ ออกมาค่ะ แล้วตัวที่ใส่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใส่ได้สวยนะคะ จะออกจากบ้านทีลองเสื้อผ้าเป็นชั่วโมง วันดีๆอยากแต่งตัวสวยๆ สุดท้ายได้แต่ถอดใจ กลับมาใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ๆเหมือนเดิมค่ะ นอกจากนี้คือไม่กล้าใส่กางเกงขายาวเลยค่ะ เพราะพื้นฐานเป็นคนขาสั้น ใส่แล้วขาจะใหญ่ เตี้ย ป้อมสั้นมาก ไม่มั่นใจสุดๆค่ะ

จุดเริ่มต้นของการลดน้ำหนัก

ตอนนั้นชอบคิดว่าตัวเองไม่ได้อ้วนมากมายค่ะ (หัวเราะ) แฟนจ้างขั้นชั่งน้ำหนักยังไม่ยอมขึ้นเลยค่ะ แอบกลัว จนกระทั่งจะรับปริญญา เขาบังคับตัดชุดเลยจำใจขึ้นชั่งค่ะ ปรากฎว่าน้ำหนัก 68 กก. ตอนนั้นเริ่มคิดหน่อยๆ แล้วค่ะ ว่าต่อไปต้องถึง 70 แน่เลยค่ะ แต่ก็แค่คิดหน่อยๆนะคะ ยังไม่คิดลดอะไร

จนกระทั้งรูปถ่ายรับปริญญากับครอบครัวออกมา ช็อคมากค่ะ ตัวใหญ่มาก ตัวใหญ่กว่าเพื่อนคุณแม่ที่เราคิดว่าเขาอ้วนและตัวใหญ่มากๆ มาตลอดเลย เอาจริงๆตอนนั้นคือ ยิ้มไม่ออกเลยค่ะ ประจวบเหมาะกับช่วงสิ้นปี เราก็เรียนจบแล้ว มาคิดว่าไหนๆ ก็จะปีใหม่ เราควรเริ่มอะไรใหม่ๆ สักที ลองให้เวลากับตัวเองดู วันที่ 1 มกราคม 2561 คนอื่นไปฉลอง อุ๊อิ๊ไปวิ่งเลยค่ะ

ตั้งเป้า 2 ปี แต่ 4 เดือน ก็เห็นผลแล้ว

ตอนลดน้ำหนักตั้งเป้าจะใช้เวลา 2 ปีค่ะ โดยพยามใช้แนวคิด ลดน้ำหนักต้องง่าย และประหยัด เพราะจะพยายามทำให้เป็นวิถีชีวิต เลยพยายามลดแบบบ้านๆค่ะ ใช้สวนสาธารณะ และออกที่บ้านง่ายๆค่ะ จากที่ตั้งใจ 2 ปี สุดท้าย น้ำหนักลงจาก 68 มา 49 (สูง 163 ซม.) ในเวลา4 เดือนกว่าๆค่ะ รวมๆ ลดไป 19 กิโลกรัม ตัวเองยังตกใจเลยค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าแค่พยายามทำทุกวัน ผลลัพท์มันจะเวิร์คขนาดนี้

ในเรื่องของการออกกำลังกายจะใช้สัดส่วน คาร์ดิโอ 80% และ เวท 20 % ค่ะ จะผอมเร็ว และตัวไม่ย้วยดีค่ะ ปกติจะออก 45 นาที-1 ชั่วโมงต่อครั้งค่ะ ตั้งเป้าในการออกกำลังกายแค่เฉพาะวันค่ะ เช่น วันนี้ตั้งเป้าออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง ทำได้คือจบภารกิจวันนี้สำเร็จ สบายใจ พยายามอย่าคิดมากและคิดยากค่ะ ในเรื่องของอาหารคือใช้วิธี Low Carb High Protein ค่ะ ทานแป้งน้อยลง ทานโปรตีนเพิ่มขึ้นค่ะ

เคล็ดลับหุ่นดี By อุ๊อิ๊

1.ตื่นมาดื่มกาแฟดำหรือชาเขียวเพิ่มการเผาผลาญ + สักพักออกกำลังกาย 5-15 นาที ไม่เกิน 1-2 ชม. หลังจากตื่นนอน เพื่อเพิ่ม BMR ของทั้งวันให้สูงขึ้น (เป็นการหลอกระบบเผาผลาญชั่วคราว 1 วัน) พอเรานอนหลับร่างกายจะเซ็ทระบบเดิม ดังนั้นจึงต้องตื่นมาออกกำลังกายตอนเช้าใหม่ทุกวันค่ะ หรือหากมีเวลาวิ่งเช้า 45 นาที (สูตรจากหมอทีม)

2.อาหาร ลดข้าวขาว แป้ง น้ำตาล ทานโปรตีนจากทั้งเนื้อสัตว์และถั่ว ทานผัก และผลไม้หวานน้อย

3.ทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น มันเทศ ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ เพื่อรักษาระดับน้ำตาล ช่วยให้อิ่มท้องนาน ไม่โหยง่าย

4.ตอนเย็นออกกำลังกาย มีทั้งเดิน วิ่ง เต้นตามคลิปในท่าง่ายๆ ตามสะดววก ค่อยๆ เริ่มไปทีละนิดค่ะ ปกติตอนเย็นจะออก 45นาที-1 ชม แต่เช้าจะออกทุกวันค่ะ

5.ตอนเย็นจะงดคาร์บ หรือคาร์บต่ำ ทานพวกฟักทองนึ่ง น้ำเต้าหู้ ฝรั่ง ผลไม้หวานน้อย หรือเมนูพวกปลาค่ะ

ส่งกำลังใจให้คนที่กำลังลดน้ำหนัก

อย่าคิดว่าสิ่งที่เราทำมันสูญเปล่า แต่ละก้าวที่เราวิ่ง แต่ละนาทีที่เราออก แม้มันจะเกิดความเปลี่ยนแปลง แม้เล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็นก็ตาม แต่มันไม่สูญเปล่าแน่นอนค่ะ อย่างวิ่งวันนี้ ทำทุกวันสัก 1 ปี ไม่ตัวเล็กลงให้มันรู้ไปค่ะ เพียงแต่มันต้องใช้เวลาสักหน่อย เอาจริงๆทำขนาดนี้ น้ำหนักไม่ลงจะงงมากค่ะ เป็นไปไม่ได้เลยที่อีก 1 ปีข้างหน้า จะยังตัวเท่าเดิม สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ กำลังใจที่สำคัญที่สุด คือกำลังใจจากตัวเองค่ะ ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ นะคะ


ขอบคุณที่มา : Oui April/mthai

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้